Tsukema Mirror ขอเกิดมาเพื่อขนตาปลอม

มารุบังเอิญไปเปิดเว็บ อ่านเจอบทความอัพเดตความงามของญี่ปุ่นเลยขอ เครดิตมาแปะที่บล๊อคนี้กันก่อนเลย
...แล้วมารุจะทยอยมาอัพเรื่องราวที่มารุไปญี่ปุ่นมานะ
วันนี้มาดูสินค้าชิ้นใหม่ สำหรับสาวๆที่รักการติดขนตาปลอมกันดีว่าค่ะ

ความแรงของขนตาปลอมนั้นยังไม่เลิก ไม่ว่าจะในญี่ปุ่นหรือในเมืองไทย  แต่สำหรับสาวๆ หลายคนคงจะเคยเจอปัญหาเวลาติดขนตาปลอม เพราะความยากในการติดเองช่างลำบากเอาการ  โดยเฉพาะเวลาที่อยู่นอกบ้าน  ด้วยเหตุนี้ บริษัท Takara Tomy Arts ผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ของญี่ปุ่น เค้ามีไอเดียแจ่ม กำลังจะวางจำหน่ายกระจกสำหรับการแต่งตาและติดขนตาปลอมโดย เฉพาะขึ้นมา เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ในการติดขนตาปลอมของสาวๆ ค่ะ

 

Tsukema Mirror กระจกแต่งหน้าดีไซน์เก๋นี้มีชื่อว่า Tsukema Mirror คำว่า Tsukema ก็ย่อมาจาก Tsukematsuge ที่แปลว่าขนตาปลอมนั่นเองค่ะTsukema Mirror กระจกขนตาปลอม

Tsukema Mirror หน้าตาเป็นกระจกบานพับๆ ขนาดกำลังดี ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป  สามารถยืดหรือหดความสูงของกระจกให้พอเหมาะพอดีตามตำแหน่งที่เราต้องการได้  แถมยังสามารถปรับมุม  เอาไว้สำหรับเวลาติดขนตาปลอมให้สวยไม่บิดเบี้ยวได้อีกด้วย

 

ที่ด้านฐานของ Tsukema Mirror  ยังดีไซน์มาให้เก็บขนตาปลอมได้ถึง 3 คู่ เมื่อเราปิดส่วนด้านบนทับลงมา ก็ไม่โดนขนตาปลอมให้เสียรูปอีกต่างหาก  ที่สำคัญราคาของ Tsukema Mirror น่าจะเป็นที่ถูกใจสาวๆ เพราะว่าราคาเพียง 997 เยนเท่านั้น (ประมาณ 380 บาท)

ฟังก์ชั่นน่าใช้  ในราคาน่าคบแบบนี้  เหมาะจะซื้อหามาวางบนโต๊ะเครื่องแป้งของเราซะจริง  หรือจะพับเก็บแล้วพกไปใช้ที่ไหนก็พร้อมสวยได้ทุกที่แล้วค่ะ

 

 

Brand : Takara Tomy
Product : Tsukema Mirror  ราคา 997 เยน (มีให้เลือก 3 สี ขาว ดำ และชมพู)
ออกวางจำหน่ายในญี่ปุ่น : 1 กรกฎาคม 2011

 

ขอบคุณข้อมูลจาก เว็บ :

http://www.olrepublic.com.
 


Tsukema Mirror
Eyelash Extension Mirror and Case
The angle and height are adjustable.
Mirror and case specifically designed for eyelash Extensions
This was developed to help you store and attach your eyelash extensions. When you put eyelash extensions on, you might have had an inconvenient experience in past. Using a hand mirror or adjusting a small mirror by putting it on a box can be very annoying and difficult.

Eyelash extensions are popular and are actually a necessary item these days. According to our survey from people who use eyelash extensions, 50% of them felt that using a plain mirror was very inconvenient. And 90% of them want to get a mirror that is easy to use. (* Those surveyed were 255 females between the ages of 15 and 39.)

This mirror is a new invention with a easily changeable height and angle. The maximum height is 21cm and you can rotate it 180 degrees. Both of your hands will be free which will help you to see your eyes from any angle. This is not only for eyelash extensions but also you can use it for putting in or taking out your contact lenses or putting make up on. And also it can store three sets of eyelash extensions.
Now you can use both hands for attaching your extensions.
Eyelash extension change your gaze from normal to cute and sexy. If they are attached wrong this will negatively affect that look, so you want to be careful when you put eyelash extensions on. The most important thing is to change the angle of the mirror to look at your eyes closer. If you have had an inconvenient experience with a normal mirror, then this is for you. This will be a big helper for girls who like to be cuter. Once you started using it, you can't live without it.
Specifications
Size: Approx. L75mm x W95mm x H25mm (when it is compacted)
The maximum length is 21cm and you can rotate the mirror 180 degrees.
Three sets of eyelash extensions can be stored in this case.

This product was added to our catalog on Tuesday 05 July, 2011.

http://xthailandx.com/go.php?http://www.strapya-world.com/products/45292.html ขอบคุณข้อมูลจากเว็บนี้ด้วยค่ะ
 
วันนี้ มารุขอตัวไปก่อนแล้ว เจอกันใน entry หน้านะค่ะ..บะบายค่ะ

edit @ 13 Sep 2011 21:31:51 by marukochang..ผู้หญิงซนคนหนึ่ง

-v- พอกหน้าด้วย Aspirin Mask

posted on 17 Jun 2011 16:19 by marukochang  in marukochang
-v- พอกหน้าด้วย Aspirin Mask
 
              อากาศบ้านเราเด่วนี้  3 ฤดูใน 1วัน ผิวหน้าก็ปรับสภาพตามไม่ทันเลย มารุชอบแต่งหน้าแทบทุกวัน
(ยกเว้น เวลาที่ทำงานอยู่กับบ้าน) ผิวหน้ามารุเป็นแบบผสม แต่ครั้งนี้ ตรงบริเวณ จมูกดันแห้งลอกมา 2-3 วันแล้ว พอ เมื่อคืนไปปาตี้กับเพื่อนๆมารู้สึกว่าถ่ายรูปแล้วหน้ามันแห้งๆ ยิ่งตรง จมูกที่ แห้งเป็นขุ่ยๆแล้วรู้สึกว่า น่าเกียจจังเลย ขอสวงวนไปแปะรูปนะ ค่ะ.....มารุทนไม่ได้แล้วปล่อยหนังหน้าตัวเองให้โทรมได้ขนาดนั้น ต้องหาวิธีมาช่วย ด้วยวิธีง่ายๆ ประหยัดสะแล้วสิ
 
คงไม่มี รู้เลยว่าเจ้า Aspirin   ยาแก้ปวดหัวที่เพื่อนรู้จักกันดี
นั้นสามารถนำมาพอกหน้าได้ด้วย 
...มารุเลยเอาวิธีมาบอกกัน
 
    สิ่งของที่ต้องใช้
1. เจ้า    3 เม็ด
2.น้ำผึ้ง
3.น้ำ
4.จานใบเล็ก
 
                        เมือได้ของครบแล้วจะรอช้าอยู่ไย จิงไหม เรามาเริ่มกันที่ นำจานใบเล็กๆ (จานน้ำจิ้ม)
เอา ยา มาวางแล้วใส่น้ำอุ่นๆสัก2-3 ช้อนโต๊ะ รอให้ยาละลาย จากนั้น ผสมน้ำผึ้งสัก 1 ช.ช ลงไป
ผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำไปพอกหน้าได้เลยค่ะ ขัดๆ ถูๆอย่างเบามือนะค่ะ รอทิ้งไว้ 15 นาที
แล้วล้างออก เป็นอันเสร็จการพอกครั้งนี้.......น้ำผึ้งจะช่วยให้หน้านุ่มไม่แห้งตึงค่ะ
.
.
 
มารุมีอีก 1 สูตรสำหรับคนหน้าแห้ง มาทำสครับ หน้ากันนะ
1. น้ำผึ้ง
2.น้ำตาลทราย
3.วิตามิน Oil
 
นำทั้ง 3 สิ่งนี้มาผสมกัน แล้วมาขัดที่หน้าได้เลย สัก 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
หลังจากล้างหน้าสะอาดแล้วเช็ดด้วยโทนเนอร์ปรับสภาพผิว และบำรุงด้วยครีมได้เลยค่ะ
สูตรนี้มารุทำแล้วรู้สึกหน้านุ่ม ตรงบริเวณจมุกที่แห้ง ลอกเป็นขุ่ยๆก็หายไป 
ทำสัปดาห์ละครั้ง หรือ 2 ครั้งก้ได้นะค่ะ ผลรับขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน
 
เพื่อนๆคนไหนลองทำแล้วก็มาบอกกันบ้างนะค่ะ
ขอให้หน้าใส -ใส เด้ง กันทุกคนนะค่ะ
บะบายค่ะ ไว้เจอกัน ใหม่นะ
 


edit @ 17 Jun 2011 16:44:41 by marukochang..ผู้หญิงซนคนหนึ่ง

 
มารุมีเรื่องเล่ามาบอกกัน ถึงการขอวีซ่าญี่ปุ่น
 
     อันที่จริงมารุ  เคยได้คุยกับหลายๆคนที่อยากจะไปญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆ แล้วก็ต้องมาสะดุดกับคำว่า
“ขอวีซ่าญี่ปุ่นมันยากมากที่สุดแล้วนี่นะ”
                  ยากจริงมั๊ยนะ.. อันที่จริงๆก็ไม่รู้สึกว่ายากยังงั้นซะทีเดเียวหรอกค่ะ
ตอนแรกก็คิดว่า เอ๊ะ..เพราะว่าเราไปมาหลายทีแล้วมันเลยง่ายรึเปล่านะ?
อีกอย่างแบล็คกราวร์ทางโน้นของเราก็ค่อนข้างแน่น
           แต่ครั้งนี้ก็หอบหิ้วเจ้าตัวเล็กที่เพิ่งไปครั้งแรกไปด้วยน่ะสิ  ก็มีบ้างที่กังวล
กลัวเราพาคนอื่นไปไม่รอด หรือไม่ก็เรารอดคนเดียว..
แต่ทุกครั้งไม่ว่ามารุจะพาใครไปด้วยก็มักจะผ่านเสมอ
 
         
 
       วีซ่าญี่ปุ่นมันจะแบ่งออกเป็นชนิดย่อยๆหลายๆประเภทค่ะ อาจจะดูวุ่นวายไปสักนิดนึง
สำหรับคนที่ไม่เคยขอเลย   นอกจากวีซ่าระยะสั้น ระยะยาว และขอเข้าหลายที (Multiple)
แล้ว ก็ยังแยกย่อยออกเป็น

  หมายเลข  1  – ท่องเที่ยว เยี่ยมเพื่อน หรือคนรู้จัก
  หมายเลข  2  – เยี่ยมญาติ
  หมายเลข  3  – ธุรกิจ
  หมายเลข  4  – ธุรกิจ แบบ Multiple (การเดินทางหลายครั้ง)
  หมายเลข  5  – แบบ Multiple สำหรับผู้เกี่ยวข้องด้านวัฒนธรรม
  หมายเลข  6  – ทรานซิท
  หมายเลข  7  – แบบ Multiple สำหรับผู้ที่เคยถือสัญชาติญี่ปุ่นในอดีต
  หมายเลข  8  – พำนักระยะสั้น สำหรับ “คู่สมรสชาวญี่ปุ่น”
  หมายเลข  9  – สำหรับผู้ที่ได้รับใบสถานภาพการพำนัก (ยกเว้น Entertainer และ Skilled Labor)
  หมายเลข 10 – “Entertainer” และ “Skilled Labor” ที่ได้รับใบสถานภาพการพำนัก
  หมายเลข 11 – สำหรับ “Entertainer” ที่ไม่ได้รับใบสถานภาพการพำนัก
  หมายเลข 12 – สำหรับ “คู่สมรสชาวญี่ปุ่น” ที่ไม่ได้รับใบสถานภาพการพำนัก
  หมายเลข 13 – JICA และ AOTS
 
มันแยกออกมาค่อนข้างชัดเจนในการเข้าประเทศเขา ลองเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่
http://www.th.emb-japan.go.jp/th/consular/visaindex.htm
 
       อันนี้คือ เอกสารที่ทางสถานฑูตญี่ปุ่นบอกเอาไว้ ก็จะมี
1. หนังสือเดินทาง (passport) ถ้าใครมี เล่มเก่าให้เอาไปแสดง ด้วยนะค่ะ
2. ใบคำ้ร้อง สามารถดาวโหลดได้จากเวปของสถานฑูต (ที่นี่)
3. แบบสอบถาม จากทางสถานฑูต (โหลดได้จากเว็บสถาณฑูต นะค่ะ)
4. รูปหน้าตรง พื้นหลังสีสว่าง (ขาว)  ขนาด 2×2 นิ้ว 1 รูป
5. ทะเบียนบ้าน ตัวจริงและสำเนา
6. หนังสือรับรอง (เป็นนักเรียนก็รับรองการเป็นนักเรียน ทำงานก็รับรองว่าทำงาน)
7. สมุดบัญชี ย้อนหลัง 6 เดือน ตัวจริงและสำเนา
8.  หนังสือ ประวัติการทำงาน รายได้เท่าไหร่ ต่อเดือน (เขียนเองก็ได้นะ)
9.  เงินชำระค่าธรรมเนียม 1100 + 1050 =2150 บ. (ชำระเลยนะค่ะ)
 
 
* ให้ขอวีซ่าผ่านก่อนค่อยจองโรงแรมกับตั๋วเครื่องบินนะค่ะ
เพราะว่ามันไม่มีส่วนในการพิจารณา ถ้าหากว่าวีซ่าไม่ผ่านจะเป็นการเสียเงินไปฟรีๆ
ซึ่งค่าธรรมเนียมยื่นวีซ่าตอนนี้ มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม คือจะเสียค่า vat7%
* มารุไป 2 คน เสียค่าธรรมเนียม 2200 + 1050 บ.ค่ะ ถ้าวีซ่าไม่ผ่าน จะไม่ได้เงิน 1050 คืนนะค่ะ

 
...มารุดันไปผิดที่อีกตะหากค่ะ -*- จำได้ครั้งที่แล้ว ไปยื่นที่สถาณฑูตเลย รอบนี้ไปฟาวร์ ค่ะ
ยามบอกว่าย้ายไป  ตึกสีลมคอมแพล๊คแล้ว ชั้น 15 .........ถ้าใครจะไปขอวีซ่า
ก้นั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานนี ศาลาแดงค่ะ ยื่นได้ตั้งแต่เวลา8.30 - 17.00 น. เลยทีเดียว
ขึ้นไปชั้น 15 เลี้ยวซ้ายจะเห็ฯห้องกระจก มียาม 2 คน คอยตรวจกระเป๋า
และเปิดประตู(ระบบคีกาดร์)  รักษาความปลอดภัยหนาแน่น...ผ่านประตูชั้นแรก
จะเจอยาม คนที่ 3 คอยกดบัตรคิวให้เรา   ตอนนีี้ 
ปรับเปลี่ยนเคาเตอร์เป็นรูปแบบมากขึ้นมีหลายช่อง มากขึ้น สะดวก รวดเร็ว

        มารุต้องบอกก่อนว่า ยื่นเอกสารในแบบที่ 1 นะค่ะ คือไปเยี่ยมญาติ
ตรงนี้ก็ต้องใช้เอกสาร ทางญาติเราด้วย

1.บัตรประชาชน (ไทย+ญี่ปุ่น)
2. ใบพำนัก หรือ กรีนกาดร์ ประมาณนั้น
3. บัญชีเงินฝาก (ไทย+ญี่ปุ่น) เอาญี่ปุ่นเป็ฯหลักนะค่ะ
4.หนังสือ ประวัติการทำงาน รายได้เท่าไหร่ ต่อเดือน (เขียนเองก็ได้นะ)

ปล. หากเขาจะขออะไรเพิ่มเด๋วนั้นก็จะให้ส่งแฟกมาที่ห้องยื่นวีซ่านั้นเลย
เราต้องจ่ายเอง ค่าแฟกร์ 25 บ.ต่อแผ่น
ถ่ายเอกสาร 6บ. ถ่ายรูป 250 บ. ค่ะ  วันไปยื่นอย่ารีบโทรบอกญาติ
หรือเพื่อนที่เราจะไปพำนักด้วยนะค่ะว่าเราไปยืนวันนี้แล้วให้รอโทรศัพท์ เพื่อขอเอกสารเพิ่ม
             หลังจากยื่นเอกสารไปแล้ว หากทางสถานฑูตต้องการข้อมูล +เอกสาร
เพิ่มจะโทรมานัดเราอีกที แล้วใบนัดที่ได้มา ก็จะต้องเลื่อนไปนะค่ะ
หากพิจารณาเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่จะโทรมานัดเราไปรับ Pass  คืน
.
 
      ถึงวันไปรับวีซ่า ก็ ใจตุ้มต่อมๆ ไปสะแต่เช้าเลย 555+ เขานัดบ่ายโมง 
กะว่าเผื่อได้รอบเช้า สุดท้ายไปนั่งรอ เดินเล่น รอ ในตึกคอมแพล็ค นั่นแระ
ก็ยังไม่ได้ ...ขึ้นไปถามเจ้าหน้าทีบอกเด่วรอ รอบบ่าย 2 นะค่ะไปเดินเล่นก่อน- -* เดิน กิน
อ่านหนังสือร้าน B2S ก้แล้วเริ่มง่วง..บ่าย 2กลับขึ้นไป ยังไม่ม่ค่ะเด่วโทรตามให้ อีก 30 นาที
ขึ้นมาใหม่นะค่ะ...   อาการตื่นเต้น ลุ้นๆๆในตอนแรกๆๆเริ่มหายไปกับการรอคอย.....
จนในที่สุดก็ได้ PASS มาแบบ Pass คือพลิกดูว่าวีซ่าผ่านมั๊ย ซึ่งก็แน่นอนว่าต้องผ่าน สิ 
    แต่ที่ทำให้ต้องมารุ ยิ้มออกมาคือ วีซ่ามันเปลี่ยนแบบใหม่ แล้วก็ ผ่านทั้งคู่ ><
...แปะมาให้ 30 วัน คือเดินทางภายใน 30 วันนะค่ไม่ใช่ระยะเวลาในการพำนัก...
พำนักกี่วันนั้นต้องรอ..วันเดินทาง ต.ม.ที่ญี่ปุ่นจะเป็นคนประทับตราให้เราเองว่าอยุ่ได้กี่วันค่ะ
....ที่เหลือก็แค่ ตั๋วพ่อมารุเป็ฯคนจัดการให้ ได้วันไหนแล้วมารุจะมาบอกอีกทีนะค่ะ.....
entry  นี้ มารุหวังว่าเพื่อนๆ ที่แวะมาเยี่ยมบ้านมารุคงได้ เนื้อหาสารัะไปบ้างไม่มากก็น้อยเนอะ ^^"
แล้วพบกันใหม่ค่ะ ขอบคุณนะค่ะที่แวะมา    คอมเม้ม.........................